หลักสูตรอบรม Vibe Coding

ให้คนทำงานสร้างเครื่องมือจากปัญหาที่ตัวเองรู้ดีที่สุด

หลายคนมีงานเล็ก ๆ ที่ต้องทำซ้ำทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการรวมข้อมูลจากแบบฟอร์ม คำนวณตามเงื่อนไข ทำรายการตรวจงาน หรือจัดข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่ใช้ต่อได้ ไอเดียในการแก้ปัญหามักอยู่กับคนทำงาน แต่พวกเขาอาจไม่มีทักษะเขียนโปรแกรมหรือทีมพัฒนาที่ว่างพอจะเริ่มทำ

Vibe Coding คือเวิร์กช็อปที่ให้ผู้เข้าอบรมใช้ AI ช่วยสร้างเครื่องมือดิจิทัลขนาดเล็กจากโจทย์การทำงานจริง โดยฝึกตั้งแต่การกำหนดความต้องการให้ชัด สื่อสารกับ AI เป็นขั้นตอน ทดลองใช้ แก้ข้อผิดพลาด และประเมินว่าต้นแบบใดควรนำไปพัฒนาต่อ

หลักสูตรของ Factsheets ออกแบบสำหรับคนทำงานที่ไม่จำเป็นต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ ผู้เข้าอบรมจะได้เข้าใจสิ่งที่กำลังสร้างมากพอจะอธิบาย ตรวจสอบ และส่งต่องานให้ทีมที่เกี่ยวข้องได้

รูปแบบการจัดอบรม: On-site / In-house / เชิญเป็นวิทยากร
ระยะเวลาตัวอย่าง: เวิร์กช็อป 2 วัน ปรับเครื่องมือและโจทย์ตามนโยบายขององค์กร

เครื่องมือแบบไหนที่เหมาะจะเริ่มทำ

– แบบคำนวณราคา งบประมาณ หรือคะแนนตามเกณฑ์ของทีม
– แบบฟอร์มที่ช่วยตรวจความครบถ้วนก่อนส่งงาน
– เครื่องมือจัดหมวดหมู่หรือแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่ใช้ต่อได้
– ตัวช่วยวางแผนงาน ติดตามขั้นตอน หรือสร้างเอกสารจากข้อมูลที่กรอก
– ต้นแบบหน้าจอสำหรับอธิบายไอเดียให้ทีมพัฒนาระบบเห็นภาพ

โจทย์ที่ใช้ในเวิร์กช็อปจะถูกเลือกให้มีขอบเขตเล็กพอสำหรับทดลองและทดสอบได้ภายใน 2 วัน

ผู้เข้าร่วมจะได้ฝึกอะไร

1. นิยามปัญหาก่อนสั่งให้ AI สร้างแอป
ระบุผู้ใช้ งานที่ต้องทำ ข้อมูลนำเข้า ผลลัพธ์ที่ต้องการ และกรณีที่อาจเกิดข้อผิดพลาด เพื่อให้รู้ว่าต้นแบบที่ดีต้องทำอะไรได้บ้าง

2. ออกแบบการใช้งานให้คนอื่นเข้าใจ
วาดลำดับขั้นตอนและหน้าจออย่างง่าย กำหนดข้อความ ปุ่ม และคำอธิบายให้ผู้ใช้ทำงานได้โดยไม่ต้องมีผู้สร้างคอยบอก

3. สร้างและปรับทีละส่วน
ฝึกให้โจทย์กับ AI ตรวจสิ่งที่ได้ รายงานข้อผิดพลาด และขอแก้เฉพาะส่วนที่จำเป็น พร้อมเก็บคำอธิบายว่าต้นแบบทำงานอย่างไร

4. ทดสอบด้วยสถานการณ์จริง
ลองทั้งข้อมูลปกติ ข้อมูลที่ขาดหาย และกรณีสุดขอบของเงื่อนไข ตรวจว่าผลลัพธ์ถูกต้องและคนอื่นใช้งานได้จริง การตรวจโค้ดและทดสอบงานที่ AI สร้างเป็นแนวปฏิบัติที่ GitHub และ OWASP แนะนำเช่นกัน

5. ตัดสินใจว่าจะนำไปใช้อย่างไรต่อ
แยกสิ่งที่ใช้เป็นต้นแบบภายในได้จากสิ่งที่ต้องให้ทีม IT ตรวจเพิ่มเติม เช่น การเชื่อมระบบองค์กร การจัดเก็บข้อมูล สิทธิ์ผู้ใช้ และความปลอดภัย

ผลงานที่ได้จากเวิร์กช็อป

ผู้เข้าร่วมจะทำงานเป็นรายบุคคลหรือทีม เพื่อให้ได้

– คำอธิบายโจทย์ ผู้ใช้ และขอบเขตของเครื่องมือ
– ต้นแบบเครื่องมือดิจิทัลขนาดเล็กหนึ่งชิ้น
– ชุดกรณีทดสอบและรายการข้อผิดพลาดที่พบ
– บันทึกสิ่งที่ต้นแบบทำได้ ข้อจำกัด และงานที่ต้องทำก่อนนำไปใช้จริง

การเชื่อมต่อกับระบบงานภายในหรือเผยแพร่ให้ใช้งานจริงขึ้นอยู่กับการตรวจและอนุมัติขององค์กร เวิร์กช็อปสามารถใช้ข้อมูลตัวอย่าง (Dummy data) แทนข้อมูลจริงได้

ตัวอย่างตารางอบรม 2 วัน

เวลา

วันที่ 1: จากปัญหางานสู่ต้นแบบ

วันที่ 2: ทดสอบ ปรับปรุง และส่งต่องาน

09.00-10.30 น.

สำรวจตัวอย่างเครื่องมือ เลือกโจทย์ และกำหนดผู้ใช้

ทบทวนต้นแบบและจัดลำดับสิ่งที่ต้องแก้

10.45-12.00 น.

เขียนความต้องการ ข้อมูลนำเข้า ผลลัพธ์ และกรณีใช้งาน

เพิ่มความสามารถทีละส่วน พร้อมทดลองใช้ทุกครั้งที่แก้

13.00-14.30 น.

วางหน้าจอและใช้ AI สร้างต้นแบบรุ่นแรก

ทดสอบด้วยข้อมูลหลายรูปแบบและให้เพื่อนทดลองใช้งาน

14.45-16.00 น.

ทดลองใช้ ระบุข้อผิดพลาด และปรับโจทย์ให้ชัดขึ้น

ปรับต้นแบบ นำเสนอผลงาน และวางแผนพัฒนาต่อกับทีมที่เกี่ยวข้อง

ตารางเป็นตัวอย่าง สามารถปรับโจทย์ให้เน้นเครื่องมือส่วนบุคคล เครื่องมือของทีม หรือการทำต้นแบบเพื่อส่งต่อให้ทีมพัฒนา

ทำให้ไอเดียของคนทำงานทดลองได้เร็วขึ้น

Factsheets สามารถปรับกิจกรรมจากกระบวนการทำงานจริงขององค์กรและเครื่องมือ AI ที่องค์กรอนุญาต
ผู้เข้าอบรมจึงได้ฝึกทั้งการสร้างต้นแบบและการตั้งคำถามสำคัญว่า
เครื่องมือนี้แก้ปัญหาให้ใคร ผลลัพธ์ถูกต้องหรือไม่ และพร้อมจะให้ใครนำไปใช้งานต่อ

ถ้าคุณมีงานที่อยากทำให้ง่ายขึ้น แต่ยังไม่เคยมีโอกาสทดลองสร้างเครื่องมือ
ติดต่อ Factsheets พร้อมแจ้งลักษณะงาน พื้นฐานผู้เข้าอบรม จำนวนผู้เรียน และแนวทางการใช้ AI ขององค์กร เพื่อร่วมออกแบบเวิร์กช็อป Vibe Coding สำหรับทีมของคุณได้เลยครับ